ม.วลัยลักษณ์ เดินหน้าสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่งชาวสวนยางรับ EUDR เชื่อม SDG 2–15–17 สู่การผลิตยางพาราที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน เดินหน้าขยายการสร้างความพร้อมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการยางพาราในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) โดยมุ่งเน้นการจัดการข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานยางพารา 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาการบัญชีและการเงิน จัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการยางพาราเกี่ยวกับหลักการและข้อกำหนดของ EU Deforestation Regulation (EUDR) เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานยางพาราในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการวิชาการรับใช้สังคม “โครงการการเสริมสร้างความรู้และความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการยางพาราในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EUDR” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมใจ หนูผึ้ง เป็นหัวหน้าโครงการ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และมีการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นหน่วยงานเครือข่ายหลัก 

การดำเนินกิจกรรมในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมุ่งเน้นการเปลี่ยนข้อกำหนดทางการค้าที่อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเกษตรกร ให้กลายเป็นองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะการเตรียมพิกัดและแผนที่แปลง เอกสารสิทธิ ข้อมูลการผลิต หลักฐานการจำหน่าย และข้อมูลการใช้ปัจจัยการผลิต เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับของผลผลิตยางพารา 

อีกหนึ่งมิติสำคัญของกิจกรรม คือ การเชื่อมโยงการเตรียมความพร้อมด้าน EUDR เข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยโครงการกำหนด SDG 2: Zero Hunger เป็นเป้าหมายหลัก และกำหนด SDG 15: Life on Land และ SDG 17: Partnerships for the Goals เป็นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง 

ในส่วนของ SDG 2 โครงการให้ความสำคัญกับการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบการผลิตและการค้า ขณะที่ SDG 15 เชื่อมโยงกับการสร้างความตระหนักถึงแหล่งที่มาของผลผลิต การใช้ที่ดิน และการผลิตยางพาราที่ไม่มาจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ EUDR 

ขณะเดียวกัน SDG 17 หรือการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นอีกกลไกสำคัญของโครงการ เนื่องจากการเตรียมรับ EUDR ไม่สามารถดำเนินการโดยเกษตรกรหรือผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย การยางแห่งประเทศไทย หน่วยงานในพื้นที่ เกษตรกร ผู้รวบรวม ผู้แปรรูป และผู้ประกอบการ เพื่อให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน 

โครงการจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดเก็บและส่งต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ “แปลงผลิต → ผู้รวบรวม → ผู้แปรรูป → ตลาดปลายทาง” ซึ่งจะช่วยสร้างพื้นฐานของระบบตรวจสอบย้อนกลับและความพร้อมต่อ EUDR 

การจัดกิจกรรมในจังหวัดสุราษฎร์ธานีสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้และงานวิจัยลงสู่พื้นที่จริง พร้อมสร้างความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถปรับตัวต่อเงื่อนไขการค้าใหม่ ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานยางพาราไทยในระยะยาว 

เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “การผ่านข้อกำหนด EUDR” แต่คือการใช้ EUDR เป็นโอกาสในการยกระดับการจัดการข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การผลิตและการค้ายางพาราที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน